เอาจริงรึ หัวหน้ากองนินจาแห่งนีโอกลาดถามสหายร่วมศึก ขณะนี้ทั้งสองอยู่บนหลังม้าเคียงกัน เบื้องหลังเป็นประตูปราสาทนีโอกลาด และมีไพร่พลของเขาทั้งสองรวมกันจำนวนร้อยเศษ เบื้องหน้าห่างไปลิบ ๆ อีกฟากหนึ่งของลานกว้างอันกลายสภาพเป็นสมรภูมิเลือดตั้งแต่เมื่อวาน ทัพผสมอัศวินชาวมนุษย์และกอบบลินจำนวนสี่เท่าครึ่งของฝ่ายนีโอกลาดกำลังแปรรูปขบวนพร้อมจะเข้าประจันบาญกับฝ่ายเจ้าบ้านให้แตกหักไปข้างหนึ่งอย่างกระเหี้ยนกระหือ แน่นอน ซากิฟอนตอบ แล้วกระตุ้นม้าให้วิ่งตรงเข้าหากองทัพศัตรูเพียงลำพังอย่างห้าวหาญ ... ย้อนกลับไปหนึ่งคืน หลังจากการประทะกันในวันแรกแล้วฝ่ายนีโอกลาดได้ประชุมกันอย่างเคร่งเครียด ตอนหนึ่งชิกบ่นดัง ๆ ว่า เฮ้อ กำลังต่างกันมากเกินไปจริง ๆ เราฆ่ามันไปสามสิบมันยังเหลืออีกเป็นร้อย แต่มันฆ่าเราไปสิบคน เราก็เหลือกำลังไม่กี่สิบแล้ว หึ ๆ อีกเก้าวันนะ ซากิฟอนเตือนเสียงเรียบ แน่นอนเขาหมายถึงจำนวนวันสูงสุดตามที่ชิกประเมินไว้ ว่าทางพวกเขาต้องตั้งรับศึกทัพบาร์ฮารานี้ไว้ให้ได้ ก่อนที่เจ้าหญิงฮิโระจะกลับจากโททัสบูร์กมาได้ อืมห์... ชิกทำท่าครุ่นคิด แต่แล้วก็ถามกลับว่า ศัตรูเป็นไงบ้างล่ะ? จากการสู้กันวันนี้ พวกกอบบลินนั่นไม่มีอะไรมาก หัวหน้าอัศวินตอบ ข้าเองยังไม่นึกเลยว่า กระบวนทัพภูผาจะใช้ยันมันได้ผลถึงขนาดนี้ ความเสียหายที่เกิดกับฝ่ายเขาคือ สูญเสียทหารไปเพียงสิบคนเท่านั้น แน่นอน มีผู้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง แต่ขณะเดียวกัน จำนวนไพร่พลฝ่ายกอบบลินก็แทบจะไม่ลดลงเลยเช่นกัน... ถ้าจะว่าไป พวกที่สังเวยชีวิตใต้ ดาบเล็บมังกร ของซากิฟอนในตอนแรกสุดยังมีมากกว่าที่ล้มตายระหว่างการตะลุมบอนเสียอีก คงต้องระวังเจ้าจ่าฝูงมันตัวเดียว รู้สึกจะไม่ใช่บริโมรินด้วย ซากิฟอนเสริม สั่งทหารตัวเองเป็นแค่ บุกเข้าไป! กับ ถอยก่อน! เท่านั้น ปัญหาคือกองทัพอัศวินนี่นะสิ ซาโต้เอ่ยขึ้นบ้างหลังจากเงียบไปนาน ร้ายเอาการทีเดียวแหละ ... ชิกและซากิฟอนมองนินจาเป็นเชิงถาม ซาโต้จึงอธิบายต่อ ทหารอัศวินก็เข้มแข้งใช้ได้ รูปขบวนรบก็แม่นยำรวดเร็ว ที่สำคัญตัวหัวหน้าเองก็... ร้ายกาจเอาการ ใครกันแน่นะ แม่ทัพอัศวินคนนั้น ซากิฟอนพึมพำ ไม่รู้จักหรือ? ซาโต้ถาม ... ผู้ถูกถามส่ายหน้าแทนคำตอบ แต่... ข้ารู้สึกแปลก ๆ บางอย่าง ซาโต้พูดต่อ ไม่รู้ว่าพวกกอบบลินเป็นอย่างนี้รึเปล่านะ อะไรหรือ? เสนาธิการทหารหรือกุนซือหนุ่ม และหัวหน้าอัศวินถามเกือบพร้อมกัน พวกอัศวินฝ่ายนั้นรบเหมือนแพ้ไม่ได้อย่างนั้นแหละ ชายหน้าบากตอบช้า ๆ อย่างครุ่นคิดพลางเอามือลูบคาง จะว่าพวกมันขาดขวัญในการรบก็ไม่ใช่ เหมือนกับมันรบแบบไม่เต็มใจ แต่...พวกมันกลับสู้สุดใจขาดดิ้นเลย...บอกไม่ถูกว่ะ ไม่สวยเสียแล้ว ชายร่างเล็กผู้สวมแว่นตา เท่าที่ข้าดูจากเชิงเทิน หัวหน้ามันความสามารถสูงทีเดียว ทั้งเชิงยุทธและการนำทัพ เชิงยุทธในที่นี้คือ ฝีมือการสู้รบของบุคคลผู้นั้น พรุ่งนี้เอาไงต่อ ซาโต้ถาม ... ไม่ทันที่กุนซือหนุ่มจะตอบ หัวหน้ากองอัศวินก็โพล่งขึ้นมาว่า ขอข้าท้าประลองกับมันได้ไหม? !!!? ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นตกตะลึง เสนาธิการซึ่งเป็นประธานในที่ประชุมได้สติก่อนเพื่อน ถามกลับด้วยเสียงเรียบ ๆ ว่า กับหัวหน้ากองอัศวินฝ่ายนั้นหรือ? เพื่ออะไรล่ะ? ข้าอยากรู้ว่ามันเป็นใคร บอกตรง ๆ สังหรณ์ไม่ดีเลย ... ... และนั่นคือที่มาว่า ทำไม ณ ขณะนี้ ซากิฟอนควบม้าจนมาหยุดห่างจากทัพอัศวินฝ่ายตรงข้ามในระยะหนึ่ง แล้วร้องท้าอัศวินผู้ผูกผ้าคาดศีรษะให้ออกมาสู้กันตัวต่อตัว ข้าซากิฟอนแห่งนีโอกลาด ขอท้าท่านในฐานะอัศวินจงมาสู้กันตัวต่อตัวเถิด โอหัง เจ้าพวกขายวิญญานให้อสูรอย่างเจ้ายังมีหน้ามาอ้างว่าอัศวินอีกรึ ฮึ อัศวินแห่งนีโอกลาด น่าชังสิ้นดี โกรมิลผู้ลืมอดีตแต่ไม่ลืมความรู้สึกปฏิปักษ์ต่อเผ่าอสูรโกรธเป็นฟืนเป็นไฟทันที แล้วท่านล่ะ เป็นอัศวินจริงหรือ เหตุไฉนไปอยู่ร่วมกับเผ่ากอบบลินอันชั่วช้าเล่า? หุบปากของเจ้าซะ เผ่ากอบบลินคือผู้มีพระคุณของข้านะ ทำไมไม่ประกาศนามของตน? โดนความไร้อารยธรรมล้างสมองจนลืมธรรมเนียมเชียวหรือ? ท่านผู้นำทัพอัศวินแห่ง บาร์ฮาร่า ฮึ โก้ดีไม่หยอก ท้ายประโยคของซากิฟอนมีแววส่อเสียดอย่างชัดเจนโดยเลียนแบบคำพูดที่โกรมิลที่พูดใส่ตนเมื่อครู่ เจ้า? ข้าคือ... ขุนพลผู้สูญเสียอดีตหลุดปากได้แค่นั้นก็ต้องอึ้งไป ใช่สิ เขาเป็นใครกันล่ะ? แม้แต่ตัวเองยังจำไม่ได้เลย ท่านอัศวิน ไม่ต้องไปสนใจคำท้าของมัน สั่งลุยเลยดีกว่า มันมาคนเดียวด้วย กอบบลินหนุ่มขุนพลคู่ใจของเจ้าแห่งกอบบลินรีบขัดขึ้น โดยไม่รอคำตอบรับมันหันหน้าไปด้านหลังในทิศซึ่งบรรดาลิ่วล้อชาวกอบบลินตั้งท่ารออยู่แล้ว พวกเรา บุ... ไม่ต้อง!! ก่อนที่คำสั่งบุกจะหลุดจากปากของมัน เสียงหนึ่งก็ดังห้ามขึ้น เป็นเสียงของอัศวินชายฉกรรจ์นั่นเอง ท่าน!!! ขอข้าจัดการกับมันเองเถิด ท่านบริกาโต้ ว่าพลางก็ย่างสามขุมเข้าหาซากิฟอน ซึ่งกำลังตะลึงเมื่อได้ยินสรรพนามที่อัศวินผู้นี้เรียกกอบบลิน แต่ฝ่ายบนหลังม้าก็ได้สติอย่างรวดเร็ว กระโดดลงจากหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว แขนซ้ายถือโล่มั่น ในขณะที่แขนขวานั้น ดาบเล่มเขื่องพร้อมรบอยู่ในมือแล้ว โกรมิลกระชากดาบสองมือจากกลางหลัง แล้วตรงเข้าหาคู่ต่อสู้ทันที บริกาโต้มองเหตุการณ์อย่างสงบ พลางนึกในใจว่า ดีเหมือนกัน ไม่ต้องเปลืองไพร่พล เจ้าอัศวินหน้าอ่อนจะมาสู้อะไรกับหนึ่งในห้าผู้กล้าได้!!! มันอดประหวัดคิดถึงบทสนทนาของมันกับขุนพลชาวมนุษย์ผู้ไม่รู้เหนือรู้ใต้เมื่อวานนี้ไม่ได้ ... ทันทีที่ถอนทัพกลับที่มั่นชั่วคราวและฝากให้หัวหน้ารองลงไปดูแลความเรียบร้อยแล้ว บริกาโต้ก็มุ่งตรงไปที่เตนท์ผ้าอันเป็นที่พักของโกรมิลทันที ทำไมสั่งถอยทัพล่ะท่าน? ถ้าเราตามบดขยี้เข้าไป วันนี้เราอาจตีนีโอกลาดได้แล้ว ... โกรมิลซึ่งสั่งอยู่ที่โต๊ะสนามเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายก่อนจะตอบว่า ข้าไม่อยากเสี่ยง ทำไมล่ะ กำลังเราเหนือกว่าเห็น ๆ ฝ่ายนั้นมียุทธวิธีที่ล้ำลึกนัก เป็นคำตอบของอัศวิน ในใจนึกถึงรูปกระบวนปีกหงส์กลับข้างที่ตนเพิ่งเคยพบเป็นครั้งแรกในวันนี้เอง อย่างเมื่อครู่นี้ อาจจะมีกับดักรอเราอยู่ที่หน้าปราสาทก็ได้ แต่ยังไงก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ข้าติดใจอยู่คือ... อะไรหรือ? พลุสัญญานที่พวกมันใช้จุด-โดยเฉพาะอันหลังสุดที่ส่องแสงได้ เป็นพลุของสหพันธ์รัฐโดม สหพันธ์รัฐโดม??? เจ้ากอบบลินงง แคว้นเดียวในเนฟเวอร์แลนด์ที่เจริญก้าวหน้าด้วยอำนาจแห่งสิ่งที่เรียกว่า วิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เวทมนต์อย่างแคว้นอื่น ๆ ที่เหลือ โกรมิลอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงเหมือนกับรำพึงกับตนเอง ทำไมอยู่ ๆ ข้าก็นึกเรื่องพวกนี้ได้ก็ไม่รู้ แต่บอกตามตรง ข้าไม่ไว้ใจเจ้าสิ่งที่เรียกว่า วิทยาศาสตร์ นี่เลย อุ๊บ... สุดท้ายเขายกอุ้งมือข้างหนึ่งขึ้นกดบนหน้าผากตัวเอง บริกาโต้รู้ได้ทันทีว่าเป็นอาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นเมื่ออัศวินผู้นี้เป็นในยามที่พยายามนึกความหลังของตนแต่นึกได้เป็นห้วง ๆ ที่ขาดตอน เป็นอะไรมากไหมท่าน มันถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย แต่ในใจนั้น มันห่วงใยอะไรกันแน่ เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้คำตอบ อืมห์ ไม่เป็นไร โกรมิลเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ...และเหตุผลที่สำคัญที่สุด ไพร่พลของเรากำลังเครียด ข้าเชื่อว่าไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์ที่กำลังพลที่เหนือกว่ากันถึงสามเท่ากลับทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้ ข้าจึงสั่งถอนทัพ หวังว่าท่านคงไม่มีอะไรติดข้องในใจแล้วนะ เหตุผลข้อหลังสุดนี้ บริกาโต้เองก็เห็นด้วยแต่แรกอยู่แล้ว มันจึงระล่ำระลักตอบว่า หามิได้ ข้าเพียงอยากเรียนรู้วิธีการคิดของท่านผู้ก.. อ้า ของท่านเท่านั้น เกือบหลุดปากเรียกท่านผู้กล้าไปแล้วสิ พรุ่งนี้! โดยไม่มีปี่มีขลุ่ย โกรมิลก็เค้นเสียงออกมาอย่างมาดมั่นพลางกำหมัดขวาแน่น พรุ่งนี้ได้เห็นดีกันแน คราวนี้หันขวับมามองอีกฝ่ายตาเขม็ง ท่านบริกาโต้! เหวอ มีอะไรหรือครับ กอบบลินหนุ่มตกใจ การศึกในวันรุ่งขึ้น ข้าขอให้ท่านเข้าร่วมรบด้วยตัวเองนะ แน่นอนข้าก็ด้วยแหละ อ๋อ ได้สิ พุ่งเป้าไปที่หัวหน้ากองทั้งสองของพวกมัน ขาดหัวหน้าเสีย ไอ้กระบวนทัพนอกสารบบทั้งหลายก็ไม่ทำงานเองแหละ! ... ภวังค์ความคิดของผู้นำทัพกอบบลินสิ้นสุดตรงนี้ เบื้องหน้าของมัน สองอัศวินต่างวัยควงดาบเข้าห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด โกรมิลใช้ดาบคู่และเป็นฝ่ายบุกมากกว่าด้วยสไตล์การสู้ที่เป็นประเภทบู๊สะบั้นหั่นแหลกของเขาอยู่แล้ว ในขณะที่ซากิฟอนใช้ดาบเดี่ยวและโล่ตกเป็นฝ่ายตั้งรับอย่างเหนียวแน่น นาน ๆ จึงจะได้โต้กลับสักครั้งหนึ่ง ไพร่พลอัศวินฝ่ายบาร์ฮาร่าพากันเพ่งมองการสัประยุทธ์ครั้งนี้ตาแทบไม่กระพริบ ขณะที่ลิ่วล้อกอบบลินกระเหี้ยนกระหืออยากเป็นผู้แสดงเสียเองด้วยการเข้าไปรุมกินโต๊ะศัตรูที่บังอาจฉายเดี่ยวมาตามสไตล์ถนัดของพวกมันซึ่งเป็นกองโจรมืออาชีพ เบื้องหน้าไกลออกไป ทัพของฝ่ายนีโอกลาดยังคงปักหลักอยู่ห่าง ๆ มีเพียงคนบนหลังม้าตัวหนึ่งที่ย่างเหยาะเข้ามาช้า ๆ -ซาโต้นั่นเอง ฮึ่ม! อึ๊บ! ดาบต่อดาบและดาบกับโล่ยันกันนิ่ง ทั้งสองคนที่กำลังต่อสู้กันเข้าสู่การสู้ประชิดตัวจนได้จังหวะที่ต้องใช้พละกำลังเข้าประลองหักเหลี่ยมชิงความได้เปรียบกัน จังหวะนี้ ผู้ใดอ่อนแรงก่อนมีสิทธิ์ประเดิมบาดแผลแรกของการสู้รบครั้งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายอยู่ประชิดตัวกันเหลือเกิน- ในรัศมีดาบของอีกฝ่ายหนึ่ง เจ้าเป็นอัศวินของซีลีนิกหรือ? โกรมิลถามทั้งที่กำลังกัดฟันเพื่อเกร็งกำลังอยู่ อดีตอัศวินแห่งซีลีนิกต่างหาก ซากิฟอนตอบด้วยสภาพทุลักทุเลไม่แพ้กัน ประดาบกันแค่นี้ก็รู้ที่มาของข้าได้ เลื่อมใสจริง ๆ ฮึ แต่เจ้ากลับไม่รู้ว่าข้าคือใคร โกรมิลเค้นน้ำเสียงอย่างคับแค้นใจ เหตุผลที่แท้จริงที่เขารับคำท้าคือสิ่งนี้นั่นเอง เขาแอบหวังลึก ๆ ว่าอีกฝ่ายซึ่งเป็นอัศวินเหมือนกัน จะช่วยบอกได้ว่า เขาเป็นใคร ??? ซากิฟอนเริ่มเอะใจในปฏิกิริยาแปลก ๆ ของอีกฝ่าย จึงหยั่งเชิงว่า ทำไมท่านไม่... พูดได้เพียงเท่านี้ก็หมดลม เพราะในฉับพลันแรงโหมจากอีกฝ่ายก็หนักหน่วงขึ้นอย่างรุนแรงจนเขาต้องก้าวถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าว แต่นั่นก็ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ย้ากส์! โกรมิลผลักร่างอีกฝ่ายกระเด็นไปทั้งอาวุธคู่มือ ดาบคู่ของเขาตวัดไขว้กันตามไปด้วย เสียงดังฉัวะเมื่อคมดาบคู่ทั้งสองข้างสัมผัสกับเนื้อเสื้อเกราะบริเวณอกของอีกฝ่าย แน่นอนด้วยผลบุญของเสื้อเกราะนั้น ซากิฟอนยังคงปลอดภัยดีแต่มันไม่ได้จบแค่นี้ เท้าของโกรมิลก้าวตามร่างที่เสียหลักไปอย่างรวดเร็วเหมือนสิงโตที่หมายตาเหยื่อไว้แล้วอย่างไม่ยอมให้หลุดมือ ดาบคู่ถูกหวดกระหน่ำเข้าใส่ผู้ถือดาบเดี่ยวและโล่อย่างบ้าคลั่ง ซากิฟอนยกโล่ขึ้นต้านรับอย่างหวุดหวิดเต็มที และในที่สุดก็พลาดเมื่อดาบข้างซ้ายของโกรมิลทะลวงฟันเฉียงขึ้นจากด้านล่างเข้าใส่บริเวณเอวซึ่งไม่มีเกราะกำบัง หากแต่ผู้อ่อนวัยกว่าสปริงตัวหลบไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว ทำให้ดาบนี้เพียงแต่ถากตัวเขาไป กระนั้นโลหิตสด ๆ ก็หลั่งรินออกจากปากแผลอย่างรวดเร็วจนครึ่งซีกของร่างกายท่อนล่างของซากิฟอนถูกย้อมเป็นสีแดงในชั่วเวลาสั้น ๆ ฮึ! ผู้รับบาดเจ็บเขม็งมองผู้ทำร้ายตนอย่างระวัง พลางรวบรวมสมาธิอย่างรวดเร็วแล้วปักดาบของตนบนพื้นดินเบื้องหน้าเป็นจังหวะที่อีกฝ่ายพุ่งเข้ามาพอดี ดาบผ่าพสุธาขั้นสุดยอด! (โคมะเรกโคซัน) ท่าไม้ตายสุดยอดของซากิฟอนถูกงัดออกมาใช้ แผ่นดินตรงหน้าระเบิดขึ้นเป็นแนวเส้นตรงพุ่งเข้าหาโกรมิลซึ่งเบี่ยงตัวหลบพร้อมกับเกร็งกำลังและรวบรวมสมาธิอย่างฉับพลันทันทีเช่นกัน พลังลมปราณ! ร่างของโกรมิลถูกปกคลุมด้วยออร่าบาง ๆ อย่างรวดเร็ว เป็นออร่าที่สร้างจากพลังลมปราณและพลังจิตของเจ้าตัวเพื่อป้องกันอันตรายแก่ตัวเองนั่นเอง เบื้องหลังของโกรมิล แนวระเบิดอันเนื่องจากดาบผ่าพสุธาขั้นสุดยอดของซากิฟอนยังคงวิ่งตรงเข้าหาทัพบาร์ฮาร่าที่อยู่ถัดไปและกำลังแตกฮือเป็นทางเพื่อหลบให้พ้นจากแนวระเบิดนี้ ผู้ที่ช้าก็ตกเป็นเหยื่อแห่งอำนาจพิโรธของปฐพี ??? โกรมิลยืนซึม เขาใช้ท่าไม้ตายนี้ได้ด้วยหรือ? พลังลมปราณอันเป็นท่าเฉพาะของพวกนักบู๊ ซึ่งรากฐานมาจากแคว้นคุนหลุนทางชายฝั่งตะวันออกของทวีปเนฟเวอร์แลนด์ ที่ผ่านมาเขานึกว่าตัวเองใช้ท่าไม้ตายได้เพียงท่าเดียวคือ เคนมะเรนซัน (ดาบเล็บมังกรขั้นสูง) เสียอีก ท่าน??? เป็นไปไม่ได้!!! ซากิฟอนหน้าถอดสีเมื่อเห็นท่าไม้ตายประจำตัวของโกรมิล ด้านหลังเขา ซาโต้จูงม้าอีกตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว เจ้า... ใช้ท่าดาบผ่าพสุธาขั้นสุดยอดได้ แสดงว่าเป็นถึงอัศวินศักดิ์สิทธิ์ ทำไมมาอยู่กับอสูร!!! แวบหนึ่งในความคิดที่โกรมิลนึกได้ถึงความจริงข้อนี้จึงโกรธขึ้นมาอีก ออร่าที่ปกคลุมร่างอยู่ทวีความเข้มขึ้น สายตาที่มองร่างโชกเลือดของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความรู้สึกเหยียดหยาม ผิดหวัง เกลียดชังอย่างรุนแรง ทะ...ท่านต่างหาก เป็นถึงผู้กล้าทำไมถึงมาอยู่กับกอบบลิน? อัศวินแห่งนีโอกลาดครางเสียงแห้ง เขาทราบแล้วว่าบุรุษตรงหน้าเป็นใคร!!! |